สัมผัสเอเวอเรสต์ด้วย 2 ตา กับสนามบินที่สุดพิเศษ

ปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวที่ต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อเดินขึ้นไปยังยอดเขา Everest ..

มันทำให้ผมนึกถึงอีก 1 ประเภทของความสุขที่เคยพูดถึงไว้ใน Podcast กัปตันหมี มีเรื่องมาเล่า ว่าความสุขของมนุษย์เรามีอยู่ 3 ประเภท หนึ่งในนั้นคือความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ท้าทาย ได้พิชิตบางสิ่งบางอย่างที่มันยาก ความสุขแบบนี้แหละครับพี่เงินมันซื้อไม่ได้ จึงทำให้คนหลายๆคนจากทั่วทุกมุมโลกมุ่งหน้ามายัง Everest เพื่อพิชิตมัน ถึงว่ามันจะยากและหลายคนต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม

แต่ถ้ามองอีกมุมนึงการที่มนุษย์ มีลักษณะเป็นผู้พิชิตแบบนี้ จึงทำให้มนุษย์เราเติบโตพัฒนามาถึงทุกวันนี้ นับแต่ในปี 1953 ที่เซอร์เอ็ดมัน ฮิลลาลี กับ เท็นซิง นอร์เกได้พิชิต Everest กับความสูง 8848 เมตร หรืือ 290000 ฟุต
มนุษย์ก็ยัังไม่เคยที่จะหยุดการท้าทายตัวเอง

แต่วันนี้ไม่ได้มาชวนคุยเรื่องเอเวอเรสต์นะครับ
ผมจะมาชวนคุยเรื่องประตูศูนย์เนปาล นั่นคือสนามบินตรีภูวันที่กรุงกาฐมาณฑุครับ

สนามบินแห่งนี้มีความพิเศษอะไรหลายๆ
อย่างผมจะเล่าให้ฟังครับ

สนามบินที่อยู่ในกรุ๊ป C ครับในทางการบินเราจะแบ่งสนามบินออกเป็น 3 กลุ่มคือ A B C สนามบินที่อยู่ในกลุ่ม C คือสนามบินที่มีความเฉพาะตัวและมีความพิเศษที่เราต้องระวังมากกว่าสนามบินอื่นๆ

นักบินที่จะไปบินสนามบินนี้ก็ต้องผ่านการทำความคุ้นเคยไม่ว่าจะใน Simulator หรือการไปสัมผัสสนามบินแห่งนี้(ในฐานะการสังเกตการณ์หรือ Observe) จริงๆสักครั้ง

ทำไมสนามบินแห่งนี้จึงมีความพิเศษ?
ก็เนื่องจากภูมิประเทศของประเทศเนปาลเป็นประเทศที่อยู่ในเทือกเขามีภูเขาสูงล้อมรอบและมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมาก 
ที่ตั้งสนามบินมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,400 ฟุต อากาศที่เบาบางภูมิประเทศที่มีเทือกเขาล้อมรอบทำให้สภาพอากาศที่สนามบินตรีภูวันจะมีความพิเศษคือทัศนวิสัยจะไม่ดีนักตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงของหน้าหนาวก็จะมีโอกาสที่จะมีหมอกลงหรือถ้าเป็นในช่วงของหน้ามรสุมก็จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง 
ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูง โดยส่วนใหญ่ของเนปาลทำให้บริเวณสนามบินจึงเป็นพื้นราบที่เราเรียกว่า”แอ่งกระทะ” มองง่ายๆคือเหมือนเป็นก้นกระทะถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่เป็นขอบกระทะ โดยรอบของสนามบิน คือถ้ามองลงไปจากด้านบนจะเห็นว่าเป็นเหมือนก้นกระทะจริงๆครับ 
กล่าวคือเป็นพื้นราบที่ถูกล้อมรอบด้วยเขานั่นเอง

มันคือสนามบินนานาชาติแห่งเดียวของเนปาลครับด้วยเรื่องความจำกัดของภูมิประเทศที่ผมได้เรียนชี้แจงไป เส้นทางวิ่ง(Runway)จึงมีเพียงเส้นทางเดียว(สนามบินนานาชาติส่วนใหญ่ จะมี 2 เส้นทางวิ่ง) ทำให้เครื่องบินขนาดใหญ่และเครื่องบินขนาดเล็กต้องใช้สนามบินอย่างนี้ร่วมกัน

ในตอนที่เราเริ่มลดระดับลงจอดที่สนามบินตรีภูวันเราจะบินผ่านเขาสูงที่อยู่เบื้องล่างของเราในระยะที่
ใกล้ๆเมื่อลงจอดบนรันเวย์เรียบร้อยแล้วจะเห็นภูเขา ที่อยู่เบื้องหน้าสูงตระหง่านสุดสายตาเลยทีเดียว

เป็นภาพที่แปลกตาที่มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นในสนามบินอื่นๆ

การลงจอดส่วนมากก็ต้องลงทางวิ่งในทิศเหนือเท่านั้นครับเนื่องจากข้อจำกัดของภูมิประเทศอีกเช่นเคย
…..
พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคงมองภาพสนามบินตรีภูวันแบบไม่ดีนัก หรือบางคนถึงขนาดตัดโอกาสตัวเองว่าคงไม่ไปสนามบินแห่งนี้ดีกว่า

ผมจะบอกพวกเราอย่างนี้ครับมันยังมีบางมุม 
ที่อยากให้ลองคิดตาม ในสิ่งที่ผมกำลังจะเล่าต่อไป แล้วท่านอาจจะมีมุมมองใหม่กับสนามบินแห่งนี้ก็เป็นไปได้

เส้นทางทีี่ถูกกำหนดอย่่างถูููกต้อง
เริ่มจากด้วยลักษณะเฉพาะของสนามบินทั้งหมดที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้วทำให้เส้นทางเข้าและออกของสนามบินแห่งนี้มีเส้นทางหลักอยู่เพียง 1 หรือ 2 เส้นทางสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่
และเส้นทางหลักนี้เองถึงเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดมาอย่างรอบคอบทั้งในด้านทิศทางและความสูง และตัวของนักบินเองก็จะต้องปฏิบัติการบินตามเส้นทางนี้อย่างเคร่งครัดไม่มีข้อยกเว้นใดๆ

การตรวจสอบสัญญาณนำร่องที่จะพาเครื่องบินไปสู่สนามกับความสูงที่เราบินผ่านจุดต่างๆจึงต้องถูกทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มลดระดับมาจนเครื่องแตะพื้นรันเวย์

ทำให้นักบินไม่ต้องคิดว่าวันนี้เราจะบินเข้าไปในทิศทางไหนหรือใช้เส้นทางใดเพราะเส้นทาง
ถูกกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว เรามีหน้าที่รักษาความถูกต้องตามข้อกำหนดเท่านั้นเอง
ตรงนี้เเหละครับที่เป็นประเด็นที่ผมอยากจะชวนพวกเราคุยและคิดตาม

ลองนึกภาพถนนเส้นนึงนะครับที่แคบและมีไหล่ทางสูงทำให้ต้องมีการตีเส้นจราจรที่ชัดเจนและมีข้อกำหนดว่ารถที่วิ่งในถนนเส้นนี้ต้องอยู่ในเส้นจราจรที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทุกคนที่ใช้ถนนเส้นนี้ต่างเข้าใจและยอมรับกฎกติกาข้อนี้เป็นอย่างดี

ในขณะที่ถนนอีกเส้นมีความกว้างใหญ่ มีเส้นทางให้เลือกมากมาย มีจุดเลี้ยวจุดกลับรถให้เลือกอย่างเพียงพอ ทุกคนที่ใช้ถนนเส้นนี้ต่างมีความสบายใจ และไม่เคยคิดเลยว่าถนนเส้นนี้มีอันตราย

ผมถามว่าโอกาสที่เกิดอุบัติเหตุถนนเส้นไหนจะมากกว่ากันครับ?

คำตอบคือถนนทั้ง 2 เส้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุพอๆกันครับ หลายคนอาจจะแย้งว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร ถนนเส้นแรกน่าจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าสิ

ใช่ครับด้วยข้อจำกัดทางกายภาพถนนเส้นแรกมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามกฎการขับขี่อย่างเคร่งครัด แต่คนที่มาใช้ถนนเส้นนี้ทุกคนต่างรู้ดีถึงข้อจำกัดของถนนเป็นอย่างดี ทำให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะห่วงและระวังเรื่องความปลอดภัย ทำให้วินัยการจราจรของคนใช้ถนนเส้นนี้ดีขึ้นตามไปด้วย

ถนนเส้นที่ 2 ทุกอย่างดูสะดวกสบายทำให้ผู้ใช้รถหลายคนเกิดความประมาทขับรถด้วยความเร็วถึงจุดแยกจุดกลับรถไม่ชะลอ คิดว่าอันตรายไม่เกิดขึ้น
อัตราการเกิดอุบัติเหตุของถนนเส้นที่ 2 
จึงไม่ได้น้อยกว่าถนนเส้นแรกเลย

เพราะฉะนั้นการที่จะหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนสนามบินที่มีเสน่ห์อย่างสนามบินตรีภูวันสักครั้งหนึ่ง 
ไม่ได้หมายความว่าท่านจะมีความเสี่ยงหรือจะมีอันตรายเกิดขึ้นมากกว่าการเดินทางไปยังสนาม
บินอื่นๆอย่างไร ตรงกันข้ามทางบินไปสนามบินที่มีความพร้อมแต่นักบินกลับประมาท 
โอกาสเกิดอันตรายก็อาจเกิดได้มากกว่า

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่น่ากลัว

แบบนี้สิครับน่ากลัวที่สุด
มาถึงตรงนี้ผมจึงอยากเชิญทุกคน
ถ้ามีโอกาสอยากให้เชิญมาท่องเที่ยวเนปาลสักครั้ง

เนปาลมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย
ที่สำคัญนะครับในชีวิตนี้ของเราอาจจะไม่มีโอกาสเลยที่ได้สัมผัสยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยขาของตัวเอง เพราะเรื่องบางเรื่องมันก็เกินขีดจำกัดของเรา

แต่มันคงจะดีไม่น้อยนะครับถ้าครั้งหนึ่งในชีวิต 
เราได้มีโอกาสสัมผัสยอดเขาเอเวอเรสต์ยอดเขาที่ถือว่าสูงที่สุดในโลก”ด้วยตาของเราเอง”

วันไหนที่อากาศดีเที่ยวบินที่ TG 319 ซึ่งเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินตรีภูวันของการบินไทย ก่อนลดระดับความสูงลงสู่สนามบินมองไปทางด้านเบื้องขวาของเครื่องบินท่านจะเห็นเทือกเขาหิมาลัยทอดตัวอยู่อย่างสวยงามและหนึ่งในยอดเขาที่สูงตระหง่านนั้นก็คือยอดเขาเอเวอเรสต์ที่หลายคนอยากจะไปพิชิตมัน 
การที่เห็นยอดเขาเอเวอร์เรสด้วยสองตาของตัวเองผมเชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่หลายคนน่าจะจำไปตลอดชีวิต

ถ้าเที่ยวบินนั้นผมเป็นกัปตัน ผมจะไม่ลืมเลยครับ
ที่จะประกาศให้ผู้โดยสารได้หันไปเห็นและชื่นชมความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินี้
ซึ่งผมเชื่อว่ากัปตันทุกคนก็จะทำแบบผมเช่นกัน

หากถ้าท่านเดินทางในเครื่องบินขาไปแล้วยังไม่เห็นขากลับอย่าลืมเลือกที่นั่งฝั่งซ้ายของเครื่องบินนะครับ ถึงแม้ว่าเที่ยวบินขาไปไม่ได้เห็นแต่เที่ยวบินขากลับโอกาสอาจจะเป็นของท่านก็ได้ครับ

เนปาล..การมาเยือนประเทศแห่งนี้ก็มีเสน่ห์มากมายครับที่ทำให้เราได้สัมผัสคนที่นี่ใจดี 
และที่สำคัญยังมีสังเวชนียสถานที่ให้เราชาวพุทธได้ไปกราบไหว้สักการะอิ่มอกอิ่มใจได้บุญกลับบ้านด้วย


นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว…อยากจะฝากย้ำอีกสักครั้ง
อยากให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย
อย่าประมาทอย่าคิดว่า 
เหตุการณ์ร้ายจะไม่เกิดกับเรา, ไม่ใช่เราหรอก

เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งที่เราคิดว่าไม่น่ากลัวครับ

ขอดูท่านมีความสุขกับช่วงระยะเวลาโค้งสุดท้ายของปีนี้นะครับ 
แล้วเรากลับมาพบกันใหม่กับเรื่องเล่าเรื่องต่อไป
ทีี่จะมาส่งท้ายปี 2019 ด้วยเรื่องดีๆ 
จากการเล่าเรื่องทุกท่านฟัง

ถ้าชอบเรื่องราว การเล่าเรื่องแบบนี้ช่วยกันแชร์ให้เพื่อนๆได้ฟังกันด้วยนะครับ

ท่านสามารถฟังเรื่องเล่าแบบนี้ผ่าน
“Podcast กัปตันหมี มีเรื่องมาเล่า” 
ในหลากหลายช่องทาง

สำหรับวันนี้ “กัปตันหมีสวัสดีครับ”