ม้าหลุดกลางเวหา!วินาทีระทึกบนความสูง 31,000 ฟุตที่นักบินต้องจำไม่ลืม

ม้าหลุดกลางเวหา!วินาทีระทึกบนความสูง 31,000 ฟุตที่นักบินต้องจำไม่ลืม

เชื่อไหมครับว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของนักบิน บางครั้งก็ไม่ใช่พายุลูกใหญ่หรือเครื่องยนต์ขัดข้อง แต่มันอาจเป็น ม้า ตัวเป็นๆ ที่กำลังตื่นตระหนกและอาละวาดอยู่เหนือเมฆ

🚩เรื่องราวสุดระทึกนี้เกิดขึ้นกับเที่ยวบินขนส่งสินค้าที่ดูเหมือนจะราบรื่น เมื่อราชินีแห่งท้องฟ้า Boeing 747-400F ของสายการบิน Air Atlanta Icelandic ทะยานขึ้นจากมหานครนิวยอร์ก มุ่งหน้าสู่เมืองลีแยฌ ประเทศเบลเยียม ทุกอย่างเป็นไปตามปกติจนกระทั่งเครื่องไต่ระดับไปถึงความสูง 31,000 ฟุต

ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์เจ็ทที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ กัปตันกลับต้องกดปุ่มวิทยุสื่อสารหาหอบังคับการบินด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด แต่เนื้อหานั้นกลับฟังดูเหลือเชื่อ

👉 เรามีม้าหลุดออกมาจากคอก… และเราไม่สามารถจับมันกลับเข้าไปได้!!

ลองจินตนาการภาพตามนะครับ สัตว์ที่มีพลังมหาศาลและน้ำหนักตัวเกือบครึ่งตัน กำลังวิ่งพล่านอย่างอิสระอยู่ในตัวเครื่องบิน เปรียบเสมือนลูกตุ้มเหล็กขนาดยักษ์ที่กลิ้งไปมาอย่างไร้ทิศทาง ซึ่งถือเป็นฝันร้ายทางหลักอากาศพลศาสตร์ เพราะหากม้าตัวนี้กระแทกเข้ากับผนังเครื่องหรือทำลายระบบไฮดรอลิกที่พื้น สมดุลของเครื่องบินอาจเสียจนกู้คืนไม่ได้

🚩กัปตันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด การตัดสินใจครั้งสำคัญจึงเกิดขึ้น นักบินต้องทำการ ทิ้งน้ำมัน (Fuel Dumping) กลางอากาศทิ้งไปกว่า 20 ตัน เพื่อลดน้ำหนักตัวเครื่องให้เบาพอที่จะกลับไปลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ภารกิจนี้จบลงด้วยการนำเครื่องวนกลับมาแตะพื้นรันเวย์ที่สนามบิน JFK อีกครั้ง ท่ามกลางทีมสัตวแพทย์ที่มารอรับ เหตุการณ์นี้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ย้ำเตือนชาวการบินว่า บนท้องฟ้า อะไรก็เกิดขึ้นได้ และสติ คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ดีที่สุดครับ

👉 ข้อมูลเที่ยวบิน
สายการบิน: Air Atlanta Icelandic
เที่ยวบิน: CC4592 เครื่องบิน: Boeing 747-400F (ทะเบียน TF-AMM)
เส้นทาง: New York (JFK) ไปยัง Liege (LGG)
วันที่เกิดเหตุ: 9 พฤศจิกายน 2023

กัปตันหมี

อย่าทำ! ตั้งชื่อ Wi-Fi ว่า “มีระเบิด”ทำกองทัพส่งเครื่องบินรบขึ้นประกบทันที📌บทเรียนราคาแพงที่โลกต้องจำ

อย่าทำ! ตั้งชื่อ Wi-Fi ว่า “มีระเบิด”ทำกองทัพส่งเครื่องบินรบขึ้นประกบทันที📌บทเรียนราคาแพงที่โลกต้องจำ

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนเก้าอี้โดยสาร บนความสูงกว่า 30,000 ฟุต ในช่วงบ่ายของวันที่ 15 มกราคม 2026 ทุกอย่างดูปกติดีบนเที่ยวบิน TK1853 ของสายการบิน Turkish Airlines ซึ่งใช้เครื่องบินรุ่น Airbus A321 ในการพาทุกคนมุ่งหน้าจากอิสตันบูลสู่นครบาร์เซโลนา แต่แล้วบรรยากาศอันเงียบสงบก็เปลี่ยนไป เมื่อผู้โดยสารเริ่มสังเกตเห็น “แขกไม่ได้รับเชิญ” ที่นอกหน้าต่าง

🚩 สัญญาณเตือนภัยจากชื่อ Wi-Fi
เรื่องราวระทึกขวัญนี้ไม่ได้เกิดจากพายุหรือเครื่องยนต์ขัดข้อง แต่มันเริ่มต้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เมื่อระบบของลูกเรือตรวจพบสัญญาณ Wi-Fi Hotspot ปริศนาที่ถูกตั้งชื่อว่า “I have a bomb, everyone will die” (ฉันมีระเบิด ทุกคนจะต้องตาย) ท่ามกลางผู้โดยสารนับร้อยชีวิต บนเครื่องบิน Airbus A321 ลำนี้

👉 ในกฎการบินสากล นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทันทีที่ข้อความนี้ปรากฏขึ้น นักบินตัดสินใจประกาศสัญญาณฉุกเฉิน (Emergency) ทันที เพราะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของชื่อนี้แค่คึกคะนองหรือมีระเบิดจริง

🚩 ปฏิบัติการประกบกลางเวหา
เมื่อสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น กองกำลัง NATO ตอบสนองทันทีด้วยมาตรการขั้นสูงสุด เครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงถูกสั่งให้ขึ้นบินด่วน (Scramble) เริ่มจากน่านฟ้าฝรั่งเศส และเมื่อเที่ยวบิน TK1853 บินข้ามพรมแดนเข้าสู่สเปน ภารกิจคุ้มกันก็ถูกส่งต่อให้กับฝูงบิน Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศสเปน ที่บินประกบติดปีกเครื่องบินโดยสารเพื่อกดดันและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

สุดท้าย เครื่องบิน Airbus A321 ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินบาร์เซโลนา-เอล แพรต (BCN) โดยมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและหน่วยกู้ระเบิดรอรับอยู่เต็มรันเวย์ ผลการตรวจค้นไม่พบวัตถุระเบิดใดๆ เป็นเพียงการก่อกวนที่ไร้ความรับผิดชอบ

👉 เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ความคึกคะนองเพียงชั่ววูบอาจแลกมาด้วยความตื่นตระหนกของผู้คนนับร้อย
📌 และจำไว้เสมอว่าบนเครื่องบินนั้น คำว่า “ระเบิด” ไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ว่าจะพูดออกมา หรือตั้งเป็นชื่อ Wi-Fi ก็ตามครับ

กัปตันหมี

Info :แหล่งข่าวอ้างอิง: AviationSource, Simple Flying,
Reuters : ภาพจำลองเหตุการณ์ :

บันทึกเที่ยวบินแรกของปี 2569🚩กับสถิติใหม่ และ “คนสำคัญ” ที่อยู่เบื้องหลัง ✈️🌍

บันทึกเที่ยวบินแรกของปี 2569🚩กับสถิติใหม่ และ “คนสำคัญ” ที่อยู่เบื้องหลัง ✈️🌍

เปิดศักราชใหม่เที่ยวบินแรกของปี 2569 ก็ทำลายสถิติส่วนตัวของผมเลยครับ TG916 สุวรรณภูมิ – ลอนดอน ที่ใช้เวลาบินยาวนานที่สุดเท่าที่เคยบินมา คือ 13 ชั่วโมง 15 นาที!

🚩นอกจากระยะทางที่ไกลแล้ว เที่ยวบินนี้ต้องเจอกับกระแสลมต้าน (Headwind) ที่ค่อนข้างแรงตามปกติของการบินในช่วงฤดูหนาว แต่ท่ามกลางเวลาบินที่ยาวนาน ความพิเศษที่สุดของ Flight นี้ไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวเลขครับ…

แต่คือการที่ผมได้มีโอกาสขอบคุณและถ่ายภาพร่วมกับพี่น้องหน่วยงาน “ฝ่ายบริการจัดการการบินและเที่ยวบินพิเศษ” (Dispatch & Charter Service) ของการบินไทยครับ 🇹🇭✨

หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อ หรือไม่ค่อยเห็นพวกเขาหน้าสื่อ แต่ทีม Dispatch นี่แหละครับคือ “ผู้ปิดทองหลังพระ” ตัวจริง:
✅ วางแผนการบินให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
✅ คำนวณเส้นทางเพื่อช่วยบริษัทประหยัดน้ำมัน
✅ ช่วยรักษาโลกด้วยการลดการใช้พลังงานส่วนเกิน

พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในทุกๆ เที่ยวบินที่พวกเรานั่งสบายอยู่ในห้องโดยสาร วันนี้ผมจึงขออนุญาตทุกคนนำภาพความประทับใจนี้มาแชร์ เพื่อให้แฟนเพจได้เห็นใบหน้าของคนทำงานหนักที่คอยดูแลพวกเราอยู่เบื้องหลังครับ และส่งมอบปฏิทิน Takeoff จากผมให้ทุกท่านด้วยครับ

📌ถือโอกาสนี้ สวัสดีปีใหม่ไปยังพี่น้องพนักงานการบินไทยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะหน้าบ้านหรือหลังบ้าน ขอบคุณที่ดูแลผู้โดยสารอย่างดีเสมอมา และขอส่งความสุขนี้ต่อไปยังแฟนเพจทุกท่านด้วยนะครับ! 🎊😊

กัปตันหมี

ภารกิจลับระดับโลก! ตามติดเที่ยวบิน HOHOHO ของลุงซานต้าแบบเรียลไทม์! 🎅🏻🎄

SantaClaus #Flightradar24 #SantaTracker #Aviation #AvGeek #Technology #BehindTheScenes #Christmas2025 #MerryChristmas #DidYouKnow #R3DN053 #AviationLovers #fypシ

ใครจะเชื่อว่าแค่ “ที่บังแดด” หลุด จะทำให้ เครื่องยนต์ดับกลางอากาศได้จริง ๆ

ใครจะเชื่อว่าแค่ “ที่บังแดด” หลุด จะทำให้ เครื่องยนต์ดับกลางอากาศได้จริง ๆ

วันที่ 8 ธ.ค. 2025

Boeing 737 MAX 8 ของ Malta Air เที่ยวบิน FR-3505 กำลังไต่ระดับจากกรากูฟไปมิลาน ทุกอย่างดูปกติ…

จนจู่ ๆ Sun Visor ในห้องนักบินหลุดร่วงลงมา

ไม่ใช่แค่หล่นธรรมดา

แต่มันตก กระแทก Engine Start Lever

สวิตช์ที่เปรียบเหมือนกุญแจสตาร์ทและวาล์วน้ำมันของเครื่องยนต์

แรงกระแทกนั้นมากพอ

ที่จะทำให้ Lever ถูกสับลงไปที่ CUTOFF

และเครื่องยนต์ข้างหนึ่ง ดับวูบกลางอากาศ

นักบินประกาศ PAN PAN

คุมสถานการณ์อย่างมีสติ รักษาระดับที่ 10,000 ฟุต

ตรวจสอบจนพบว่าไม่ใช่เครื่องยนต์เสีย…

แต่เป็น “สวิตช์ถูกสับผิดตำแหน่งโดยอุบัติเหตุ”

ไม่กี่นาทีต่อมา

เครื่องยนต์ติดกลับมาได้สำเร็จ

เที่ยวบินเดินทางต่อ และลงจอดที่มิลานอย่างปลอดภัย

หลังลงจอด เครื่องถูกจอดตรวจสอบกว่า 50 ชั่วโมง

เพื่อแก้ไขจุดยึดของที่บังแดดให้แน่นหนาอีกครั้ง

เรื่องนี้ยังต้องรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการ

เพราะปกติ Engine Start Lever ถูกออกแบบให้ต้องใช้ “แรงตั้งใจ”

ไม่ควรเปลี่ยนตำแหน่งง่าย ๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไร…

เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่า

✈️ ในห้องนักบิน ไม่มีชิ้นส่วนไหนเล็กเกินไป

แม้แต่ที่บังแดด

ถ้ามา “ผิดที่ ผิดเวลา”

ก็อาจเปลี่ยนเที่ยวบินธรรมดา

ให้กลายเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินได้ในพริบตา

Captain Mhee 🧸✈️

#AviationSafety #Boeing737MAX #PilotStories #AvGeek #ButterflyEffect #AviationDaily

“เที่ยวบินนี้… ถึงเกต หลังจากลงจอดไปแล้ว 3 ชั่วโมง”✈️

“เที่ยวบินนี้… ถึงเกต หลังจากลงจอดไปแล้ว 3 ชั่วโมง”✈️

ค่ำคืนวันที่ 16 ธันวาคม ในนิวยอร์ก

เที่ยวบินเดลตาแตะรันเวย์ JFK อย่างปลอดภัย ทุกอย่างควรจบลงตรงนั้น…

แต่ในโลกการบิน เรื่องราวเพิ่งเริ่มต้น

เครื่องออกจากรันเวย์ ไฟ Beacon ยังกระพริบ

นักบินรายงาน clear of runway

แต่แทนที่จะมุ่งหน้าเข้าเกต เครื่องกลับต้อง “หยุดรอ” บนแท็กซี่เวย์

จากไม่กี่นาที กลายเป็นเกือบ 3 ชั่วโมง

ไม่ใช่เครื่องเสีย ไม่ใช่นักบินพลาด

แต่คือคอขวดภาคพื้นจากหิมะ เกตไม่พร้อม

และเครื่องจำนวนมากที่ “ลงแล้ว แต่ไปต่อไม่ได้”

ในการบิน…

Arrival Time ไม่ได้จบที่ล้อแตะรันเวย์

แต่นับเมื่อจอดสนิทที่เกต และประตูเปิดได้จริง

คืนนั้น เครื่องบินไม่ได้มีปัญหาบนอากาศ

แต่กลายเป็นข่าวดัง ด้วยประโยคเดียว

บางครั้ง เรื่องราวที่น่าจดจำของการบิน

ไม่ได้เกิดขึ้นบนฟ้า

แต่เกิดขึ้น… หลังจากแตะพื้นแล้ว ✈️

— กัปตันหมี