การมาถึงของ Glass cockpit
และการหายไปของนักบินคนที่ 3
1
ผู้โดยสารโดยทั่วไปคุ้นเคยกับการเดินขึ้นเครื่องบินและเห็นนักบิน 2 คนในห้องนักบิน คือกัปตันและผู้ช่วยนักบินหรือ First Officer /ไม่นับรวมเที่ยวบินที่บินระยะไกล ที่ต้องมีนักบินมาเพิ่มนะครับ/
ในช่วงประมาณทศวรรษ 1980 เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นบุคคลที่สามในห้องนักบินนั่นก็คือวิศวกรการบินหรือ Flight Engineer(จริงๆเรียกว่านักบินคนที่ 3 จึงอาจไม่ถูกต้องนัก)
บทบาทนี้ค่อยๆ หายไปและเกือบจะหมดสิ้นในปัจจุบันสำหรับเครื่องบินสมัยใหม่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเปิดตัว Glass cockpit ทำให้บทบาทของวิศวกรการบินกลายเป็นเรื่องซ้ำซ้อนที่ไม่จำเป็น..
2
วิศวกรการบินมีหน้าที่อะไร?
หน้าที่หลักคือเฝ้าติดตามเครื่องมือ,เครื่องวัด,ระบบต่างๆในห้องนักบิน,ตรวจสอบเครื่องบินก่อนการบินและตรวจรับรองเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับการออกเดินทางครับ
ในระหว่างการบินพวกเขาสามารถหาข้อมูลจากเครื่องวัดและอุปกรณ์ควบคุมและใช้ข้อมูลนี้เพื่อแนะนำ,สนับสนุนกัปตันและนักบินผู้ช่วยในการบินได้ หน้าที่อื่นๆได้แก่ การตรวจสอบระบบไฮดรอลิก แรงดัน และระบบไฟฟ้า ฯลฯ
วิศวกรการบินนั่งอยู่ด้านหลังนักบินในห้องนักบินและหันหน้าไปทางแผงควบคุม ห้องนักบินจึงต้องมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องบินในปัจจุบันเพื่อรองรับคนถึงสามคน
3
การหายไปของวิศวกรการบิน
อุปกรณ์เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบินใช้พื้นที่มาก การวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญรวมถึง NASA เพื่อหาทางออกที่สามารถประมวลผลข้อมูลและแสดงค่าให้นักบินเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเกิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า Glass Cockpit ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกบนเครื่องบินทหารก่อนครับ
ในโลกทางการบินพลเรือน เริ่มจากโบอิ้ง 737 ได้รับการออกแบบให้ใช้บินโดยมีนักบินเพียง 2 คนเท่านั้นแม้ว่าห้องนักบินในวันนั้นยังไม่ใช่เทคโนโลยี Glass Cockpit ก็ตาม แอร์บัสก็เริ่มพัฒนา Glass Cockpit สำหรับเครื่องบิน A310 เป็นครั้งแรก
: Glass Cockpit คืออะไร?
คือการปรับปรุงความสามารถและความน่าเชื่อถือของการประมวลผลข้อมูลการบินมาเป็นแบบดิจิทัลและการใช้การแสดงภาพบนหน้าจอแทนข้อมูลเครื่องวัดแบบเป็นเข็ม,แป้นหมุนและส่วนควบคุมมากมายหลายสิบรายการมารวมไว้บนหน้าจอตรงด้านหน้าของนักบิน
: ประโยชน์ของ Glass Cockpit
ข้อมูลการบินจะแสดงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลเดียวกันจากแต่ละเครื่องวัดสามารถแสดงได้ในพื้นที่ขนาดเล็กกว่า ข้อมูลจากเครื่องวัดต่างๆจะถูกรวมเข้าด้วยกันช่วยให้นักบินสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
นอกเหนือจากการปรับปรุงทางเทคโนโลยีแล้ว
“การลดคนจากห้องนักบินลงหนึ่งคน”ยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อย่างมากสำหรับสายการบิน
การบินเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการเงินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ก่อนหน้านี้วิศวกรการบินเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบิน..เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาแทนที่ได้ทำให้วิศวกรการบินหายไป แต่ก็คงยังไม่น่าจะทดแทนสมาชิกที่ยังเหลืออยู่สองคนในห้องนักบินได้ได้ในเร็ว ๆ นี้ (หวังว่านะ 😁)
Takeoff your Life กัปตันหมี
Cr SimpleFlying