เหตุผลที่เครื่องบินไม่ควรเปิดไฟเมื่อมีสภาพการมองเห็นต่ำในหมอกหนา:

เมื่อบินผ่านหมอก: เหตุใดไฟภายนอกเครื่องบิน
(airplane’s external lights) จึงควรปิด

1
สำหรับนักบิน สถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดอย่างหนึ่งคือการนำทางเครื่องบินผ่านหมอกหนาแน่น

การปกคลุมของหมอกหนาลดทัศนวิสัยอย่างรุนแรง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะสภาพแวดล้อมของเครื่องบินในระยะใกล้ กับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การชนเครื่องบินลำอื่นหรือภูมิประเทศ

2
ภายใต้สภาพการมองเห็นต่ำนี้ ท่านอาจคาดหวังว่านักบินจะต้องการแสงสว่างมากที่สุดเพื่อพยายามเจาะผ่านหมอกทึบนี้

อย่างไรก็ตาม..ความเป็นจริงที่ผิดคาดคือ
การเปิดไฟภายนอกของเครื่องบินจะลดทัศนวิสัยที่เหลือน้อยนิดในหมอกให้ลดลงอีก!!

3
เหตุผลนี้เกี่ยวข้องกับวิธีที่แสงกระจายในหมอกหนาแน่น หมอกคือชั้นเมฆในระดับพื้นดินครับ
ประกอบด้วยละอองน้ำแขวนลอยหรือผลึกน้ำแข็ง เมื่อแหล่งกำเนิดแสงสว่างเช่นไฟของเครื่องบินสาดลงบนอนุภาคหมอก แสงจะสะท้อนออกจากโมเลกุลน้ำในทุกทิศทาง เกิดปรากฏการณ์ที่เราเรียกว่า forward scattering

การกระจายและหักเหแสงลักษณะนี้จะสร้างสิ่งกีดขวางสายตา อนุภาคหมอกที่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงสว่างจะเป็นประกายแสงอย่างรุนแรงขัดขวางทัศนวิสัยการมองเห็น

ดังนั้น แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของการบินจึงกำหนดให้นักบินควรหลีกเลี่ยงการเปิดไฟภายนอกหรือ
external lights เช่น landing, taxi, และ runway turnoff lights ขณะทำการบินในหมอกหนาแน่น ฝน หรือกลุ่มเมฆที่มีความชื้นสูงมาก แสงกระจายที่เกิดขึ้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง

ลักษณะเดียวกันกับแสงสว่างภายในห้องนักบินด้วย
โดยนักบินจะค่อยๆปรับแสงสว่างจากจอแสดงผลในห้องนักบินและไฟภายในให้ลดลง เพื่อลดแสงกระจายที่สะท้อนออกจากกระจกหน้าต่างห้องนักบิน การลดแสงกระจาย มีความสำคัญเมื่อเราพยายามมองผ่านหมอกที่หนาแน่นครับ

แน่นอนนักบินจะยังคงต้องใช้ไฟของเครื่องบินสำหรับการขึ้นและลงจอด รวมทั้งเคลื่อนที่บนพื้นดิน
ในสภาพแวดล้อมปกติทั่วไป

แต่ในช่วงการบินในหมอกอันหนาทึบนั้น
นักบินจะพึ่งพาอุปกรณ์นำทางอิเล็กทรอนิกส์
นำทางในห้องนักบินมากกว่าจุดอ้างอิงภายนอก

เมื่อปิดไฟนักบินก็สามารถเพิ่มทัศนวิสัยที่จำกัดได้ในสภาพแวดล้อมที่ธรรมชาติไม่เป็นใจครับ

กัปตันหมี