เครื่องบินจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินสำรองเมื่อมีฝนตกหนักด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
- ทัศนวิสัยลดลง – ฝนตกหนักลดทัศนวิสัยของนักบินขณะลงจอดได้อย่างมาก มีข้อกำหนดทัศนวิสัยขั้นต่ำที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยในการลงจอดขึ้นอยู่กับเครื่องมือและศักยภาพของแต่ละสนามบิน
- ประสิทธิภาพการเบรกน้อยลง – เมื่อพื้นผิวรันเวย์เปียกมาก แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นจะลดลง ทำให้ประสิทธิภาพของเบรกลดลง และทำให้เครื่องบินชะลอความเร็วหลังจากลงจอดบนระยะทางของรันเวย์ที่มีอยู่นั้นยากขึ้น
- ความเสี่ยงต่อการเหินน้ำ – (hydroplaning) หากมีแอ่งน้ำบนรันเวย์ ย่อมมีความเสี่ยงที่ยางเครื่องบินจะเหินน้ำและสูญเสียการสัมผัสกับพื้นผิวขณะลงจอด ทำให้ควบคุมเครื่องบินได้ยาก
- ความเสี่ยงของลมกระโชกรุนแรง (microburst) – พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงสามารถก่อให้เกิดลมรุนแรงในบางบริเวณ (microburst) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทาง/ความเร็วลมอย่างกะทันหัน
ซึ่งอาจทำให้สูญเสียแรงยกและเป็นอันตรายต่อการลงจอด - ข้อกำหนดการบินด้วยเครื่องช่วยการลงจอด- ในกรณีที่มีฝนตกหนักมาก ไฟ,เครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องช่วยการลงจอดด้วยความแม่นยำบางอย่างอาจไม่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ที่สนามบินบางแห่ง เนื่องจากสัญญาณหรือการมองเห็นนำทางการลงจอดถูกรบกวน
เพื่อหลีกเลี่ยงการลงจอดที่ไม่ปลอดภัยในสภาพอากาศเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ มักจะเริ่มนำเครื่องบินเข้าสู่รูปแบบการบินรอ holding pattern และเมื่อจำเป็นก็อาจเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่นที่มีสภาพอากาศที่ดีกว่าหรือ
Divert to Alternate Airport
ซึ่งนักบินและสายการบินจะเติมน้ำมันมาเพียงพอสำหรับส่วนนี้ในทุกเที่ยวบินอยู่แล้ว
(Diversion Fuel)
จนกว่าสภาพอากาศที่ปลายทางเดิมจะดีขึ้น
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งครับ
กัปตันหมี