การลดระดับความสูงแบบฉุกเฉินกับระบบ Automatic Emergency Descent (AED) ของ Airbus

1
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Korean Airlines เที่ยวบิน KE189 ที่ลดระดับลงฉุกเฉินที่เมืองไทจงไต้หวันได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน หลังจากจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน เนื่องจากความบกพร่องของระบบปรับแรงดันอากาศของเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ผู้โดยสารจำนวน 13 คน ถูกส่งไปโรงพยาบาลตามรายงานข่าวนั้น

2
ในเรื่องของระบบปรับแรงดันอากาศเป็นระบบที่สำคัญครับถ้าเรายังจำกันได้ย้อนกลับเหตุการณ์วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ยังคงอยู่ในความทรงจำของหลายคน

เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินโดยสารลําหนึ่ง
ประสบปัญหาในระบบปรับแรงดันอากาศ
ไม่กี่นาทีหลังจากออกจากสนามบินลาร์นาคาในไซปรัส แต่ความผิดปกตินี้กลับไม่ถูกตรวจพบโดยนักบินทั้งทั้งสอง

ในขณะที่เครื่องบินยังคงไต่ขึ้นไปที่ระดับความสูง 33,000 ฟุต (10,200 ม.) ออกซิเจนก็ลดลง ภาวะขาดออกซิเจนที่ตามมา (การลดปริมาณออกซิเจนที่ส่งโดยเลือดไปยังเนื้อเยื่อของมนุษย์) ทําให้ผู้โดยสารและลูกเรือส่วนใหญ่หมดสติรวมถึงนักบิน

เครื่องบินลำนี้กำลังบินไปปรากมีผู้โดยสาร 121 คน
ในที่สุดเครื่องบินบินโดยระบบ Autopilot จนน้ํามันหมดและในที่สุดก็ตกใกล้ Marathon ทางเหนือของเอเธนส์ในกรีซ

เรื่องที่น่าเศร้าคือกรณีที่คล้ายๆกันก็ยังเกิดขึ้นกับเครื่องบินโดยสารลำอื่นๆอีก เช่น เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับสายการบินโคเรียแอร์

3
โดยทั่วไปแล้วเครื่องบินจะบินที่ระดับความสูง~30,000-45,000 ฟุต (~9,000-13,000 ม.) เหนือระดับน้ําทะเล ซึ่งระดับออกซิเจนไม่เพียงพอที่มนุษย์จะหายใจได้

นี่คือเหตุผลที่เครื่องบินมีต้องมีระบบปรับแรงดันอากาศ: เพื่อให้มีออกซิเจนเพียงพอสําหรับผู้โดยสารบนเครื่องบิน

โดยปกติความดันอากาศภายในเครื่องบินจะถูกรักษาไว้เทียบเท่ากับระดับความสูง ~6,000-8,000 ฟุต (~1,800-2,400 ม.) เหนือระดับน้ําทะเลครับ

ในกรณีที่สูญเสียแรงดันขณะเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูงเดินทาง ผู้โดยสารและลูกเรือต้องใช้หน้ากากออกซิเจนทันทีเพื่อป้องกันการขาดออกซิเจน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความสูง บางครั้งเวลาของการหมดสติคือเพียง 15 วินาทีหรือน้อยกว่า

ด้วยความจำเป็นข้อนี้ นักบินจะต้องเริ่มทำขั้นตอนการลดระดับฉุกเฉินทันที Emergency Descending ตลอดจนการสื่อสารไปยัง จนท ควบคุมการจราจรทางอากาศและแจ้งผู้โดยสาร เพื่อให้เครื่องบินสามารถลดความสูงลงสู่ระดับความสูงที่ต่ํากว่าซึ่งมีระดับออกซิเจนเพียงพอที่จะหายใจได้โดยไม่ต้องใช้หน้ากากออกซิเจนนั่นเอง

แอร์บัสได้พัฒนาฟังก์ชัน Automatic Emergency Descent (AED) เพื่อให้นักบินสามารถเริ่มต้นลดระดับความสูงแบบ ฉุกเฉินได้โดยกดปุ่มและดึง Speedbrake จากนั้นเครื่องบินจะทําการบินโดยอัตโนมัติพร้อมที่หลีกเลี่ยงภูมิประเทศที่สูงที่อาจเกิดอันตรายขึ้นเช่นเทือกเขา ระบบนี้ช่วยลดภาระงานสำหรับนักบินในสถานการณ์วิกฤตินี้ได้อย่างมากเลยครับ

นอกจากนั้นยังมีระบบป้องกันพิเศษเพิ่มเติม
ที่สุดยอดมากๆนั่นคือ
ในกรณีที่มีแรงดันอากาศในห้องโดยสารเกิดลดลง
แล้วไม่พบปฏิกิริยาตอบสนองของนักบิน
ซึ่งเป็นไปได้ว่านักบินทั้งสองอาจหมดสติ

AED จะทำงานโดยอัตโนมัติ
หลังจาก Time Delay และเริ่มการลดระดับลงฉุกเฉินด้วยตัวเอง !!

ครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องราวของระบบสุดยอดนี้
ผมถึงกับอึ้งเลยครับ
มันเป็นระบบที่สุดยอดมากๆครับ

กัปตันหมี

Cr 📷 Airbus