ที่มาของคำว่า Airbus A380 “Super”

ที่มาของคำว่า Airbus A380 “Super”

เครื่องบินแอร์บัส เอ380 จัดอยู่ในระดับเครื่องบินที่มีโอกาสสร้างกระแสอากาศปั่นป่วนที่เรียกว่า
wake turbulence category สูงสุด
ซึ่งเรียกว่า “Super” หรือ “J”

wake turbulence หมายถึงอากาศที่ปั่นป่วนที่ตามหลังเครื่องบินในขณะที่บินผ่านอากาศ

ระดับความรุนแรงของการปั่นป่วนจาก
wake turbulence ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ความกว้างปีกและความเร็วของเครื่องบิน

เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่และหนักจะสร้างกระแสปั่นป่วนที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจ ทำให้เกิดอันตรายต่อ เครื่องบินขนาดเล็กที่บินตามมา

เพื่อจัดการกับความเสี่ยงจาก wake turbulence เครื่องบินจะถูกจัดกลุ่มเป็นหลายประเภทตามน้ำหนักขึ้นบินสูงสุดที่ได้รับการรับรอง
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)
ได้กำหนดประเภท wake turbulence ไว้ดังนี้:

Continue reading “ที่มาของคำว่า Airbus A380 “Super””

วันนี้มาบินไปฮ่องกงกับน้องนักบินผู้ช่วยไฮน์

วันนี้มาบินไปฮ่องกงกับน้องนักบินผู้ช่วยไฮน์

น้องขอถ่ายรูปด้วย บอกว่าจะเอาไปฝากคุณแม่
คุณแม่เป็นแฟนเพจครับ

เป็นเกียรติอย่างมากเลยครับคุณแม่
ขอบคุณนะครับที่ติดตามเพจขอให้คุณแม่
สุขภาพแข็งแรง ผมฝากพวงกุญแจกัปตันเท็ดดี้
ไปให้คุณแม่ด้วยนะครับ 🙏🙏

ขอบคุณทุกท่านด้วยครับ
ที่อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว Takeoff your life
หวังว่าจะมีโอกาสเจอกัน❤️

กัปตันหมี

Thai Boeing 747 & AIRBUS A380Final Farewell

Thai Boeing 747 & AIRBUS A380Final Farewell

เนื่องในโอกาสที่บริษัทการบินไทย
ได้ทำการส่งมอบอากาศยานแบบ B747 ลำสุดท้ายให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว

ทางการบินไทยจะจัดงาน
B747-400 Queen of the skies farewell
ฃึ่งบริษัทผู้ฃื้อเครื่องบิน747 เป็นผู้ริเริ่มจัดงาน

ในวันพรุ่งนี้ เพื่ออำลาเครื่องบิน 747 ลำสุดท้ายของการบินไทยจึงอยากขอเชิญทุกท่าน
ร่วมอำลา 747 ลำสุดท้าย..

ร่วมแบ่งปันเรื่องราว ความประทับใจ
กับราชินีแห่งฟากฟ้า ที่คอมเม้นต์ได้เลยนะครับ 

❤️อาทิตย์นี้ขออนุญาตอนุญาตใช้พื้นที่เพจ
เพื่อร่วมกันอำลา เจ้าวาฬยักษ์ A380 และ B747 ก่อนที่จะส่งมอบให้กับผู้ที่จะรับช่วงต่อครับ ..

เราจะคิดถึงเธอ ❤️✈️❤️

กัปตันหมี

“A380 & B747 final farewell” ❤️✈️

“A380 & B747 final farewell” ❤️✈️

เจ้าวาฬยักษ์ยิ่งใหญ่จริงๆ
นับตั้งแต่เปิดตัว…
คาดว่ามีผู้โดยสารเดินทางกับ A380
มากกว่า 300 ล้านคน!
ในเที่ยวบินมากกว่า 800,000 เที่ยวบิน!
ที่ท่องไปทั่วโลก

อาทิตย์หน้าจะเป็นอีกอาทิตย์
ที่เราจะอุทิศให้กับเจ้าวาฬยักษ์
และราชินีแห่งฟากฟ้า B747
“A380 & B747 final farewell”

ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นตำนาน
มาร่วมบันทึกความทรงจำด้วยกันนะครับ

กัปตันหมี

/ cr: aviation posts/

ในช่วงสงครามหรือวิกฤตระหว่างสองประเทศ

ในช่วงสงครามหรือวิกฤตระหว่างสองประเทศ

สายการบินต้องวางแผนให้อากาศยานเลี่ยงเส้นทางการบินและการจราจรทางอากาศในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือพื้นที่ห้ามบินอย่างระมัดระวัง

ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติทั่วไปของสายการบินครับ:

  1. หลีกเลี่ยงเส้นทางการบินเหนือพื้นที่สงคราม
    ,ขัดแย้ง: สายการบินจะเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลบเลี่ยงอย่างสิ้นเชิงจากการบินเหนือประเทศที่มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปฏิบัติการทางทหาร อาวุธต่อต้านอากาศยาน หรืออุปสรรคทางอากาศอื่นๆ
  2. ใช้เส้นทางบินทางเลือก: alternative airways เมื่อบางพื้นที่ถูกปิดกั้น สายการบินจะปรับแผนการบินเพื่อใช้ช่องทางอากาศและเส้นทางเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลให้เวลาบินนานขึ้นและต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น
    แต่คุ้มค่ากับความปลอดภัยครับ
  3. ข้อจำกัดเรื่องระดับความสูง: แม้จะไม่ได้บินผ่านพื้นที่ขัดแย้งโดยตรง แต่อาจมีข้อจำกัดในการบินบนหรือใกล้กับพื้นที่เหล่านั้นด้วยเหตุผลทางการทหาร
  4. การแจ้งเตือนจากรัฐบาล: สายการบินติดตามการแจ้งเตือนจากรัฐบาลเกี่ยวกับข้อจำกัดหรือการห้ามบินชั่วคราวในพื้นที่เกี่ยวกับความขัดแย้ง และปรับการดำเนินการตามนั้น
  5. เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย: โดยทั่วไปจะมีการตรวจสอบและตรวจค้นความปลอดภัยเพิ่มขึ้นสำหรับเที่ยวบินที่ปฏิบัติการผ่านหรือใกล้พื้นที่ขัดแย้งหรือสงคราม

เป้าหมายสูงสุดคือการหลีกเลี่ยงการบินผ่านพื้นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของงานควบคุมการจราจรทางอากาศและเส้นทางอากาศทางเลือกที่กำหนดไว้

เพื่อให้การดำเนินการบินพลเรือนอยู่ห่างจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แม้การเปลี่ยนเส้นทางจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแต่ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดครับ

กัปตันหมี

จากเหตุการณ์สุดโกลาหลเมื่อน้ำท่วมสนามบินที่ดูไบผลกระทบจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่เหนือคาดการณ์เสมอครับ ทุกอย่างเป็นไปได้

จากเหตุการณ์สุดโกลาหลเมื่อน้ำท่วมสนามบินที่ดูไบผลกระทบจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่เหนือคาดการณ์เสมอครับ ทุกอย่างเป็นไปได้

ผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงที่สนามบิน
ต่อเครื่องบินที่จอดหรือปฏิบัติการอยู่ มีดังนี้:
/บทความนี้กล่าวถึงในกรณีทั่วไปนะครับไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดูไบเป็นการเฉพาะ/

  1. ความเสียหายจากน้ำท่วมต่อเครื่องบินที่จอดอยู่
    น้ำท่วมที่ลานจอดและทางวิ่งสามารถท่วมเครื่องบินที่จอดอยู่ น้ำเข้าไปทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์และชิ้นส่วนสำคัญเสียหาย การสัมผัสน้ำแม้เพียงชั่วครู่ก็อาจต้องซ่อมบำรุงครั้งใหญ่
  2. เครื่องบินจมอยู่ใต้น้ำบางส่วนหรือทั้งลำ
    ในสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ระดับน้ำสูงมาก เครื่องบินอาจจมอยู่ใต้น้ำบางส่วนหรือทั้งลำ ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายโครงสร้างและทำให้เครื่องบินใช้การไม่ได้จนกว่าจะแห้งและผ่านการตรวจสอบ
  3. ความยากลำบากในการปฏิบัติการบิน
    หรือไม่สามารถวิ่งขึ้นหรือร่อนลงจอด
    เมื่อทางวิ่งและทางเข้าออกมีน้ำท่วม เครื่องบินอาจไม่สามารถวิ่งไปทางวิ่งหรือ Runway หรือทำความเร็วเพียงพอที่จะทำให้การวิ่งขึ้นหรือลงจอดอย่างปลอดภัย น้ำบนทางวิ่งยังลดประสิทธิภาพการเบรกของเครื่องบินลงมาก

4.อุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดินล้มเหลว
น้ำท่วมอาจทำให้เครื่องจักร,อุปกรณ์สำคัญของสนามบินหยุดชะงัก เช่น รถบรรทุกน้ำมัน หน่วยจ่ายไฟบนพื้นดิน อุปกรณ์กำจัดน้ำแข็ง ฯลฯ ที่เครื่องบินต้องพึ่งพาจำเป็นใช้งาน

  1. งานการบำรุงรักษาถูกรบกวนมีผลกระทบ
    ก่อนขึ้นบิน เครื่องบินต้องมีการตรวจสอบบำรุงรักษา หรือเครื่องบินที่มีกำหนดเข้ารับการบำรุงรักษาอาจต้องย้ายหรือเลื่อนถ้าน้ำท่วมกระทบต่อ อาคารจอดซ่อมบำรุงและสิ่งอำนวยความสะดวกการซ่อมบำรุง
  2. เศษวัสดุและสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำ
    น้ำท่วมอาจพาเอา Debris เศษวัสดุ เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ ขยะต่างๆ มาด้วย ซึ่งอาจทำให้พื้นผิวและเครื่องยนต์เครื่องบินเสียหายหากถูกดูดเข้าไป

แม้หลังน้ำลดแล้ว ยังมีความกังวลเรื่องความชื้นตกค้าง สิ่งปนเปื้อนและการตรวจสอบที่จำเป็นก่อนอนุญาตให้เครื่องบินบินได้อย่างปลอดภัย

ถ้าน้ำท่วมรุนแรงสามารถทำให้เครื่องบินในสนามบินต้องพักงานได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ทีเดียว

กัปตันหมี